Author Archives: pichaya

ใช้ของเสียจากถ่านหิน มาสร้างคอนกรีตที่คงทน

คอนกรีต

ใช้ของเสียจากถ่านหิน มาสร้างคอนกรีตที่คงทน

กรรมวิธีการทำคอนกรีตแบบดั้งเดิมจะใช้การผสมปูนซีเมนต์กับทรายและกรวด ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 5–8% เพราะปูนซีเมนต์นับเป็นส่วนประกอบสำคัญในคอนกรีตที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงและใช้พลังงานมหาศาลในการผลิต

แต่เมื่อไม่นานนี้ อาจารย์และนักศึกษาด้านวิศวกรโยธาและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยรัฐวอชิงตันในสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นทางเลือกใหม่ในการทำคอนกรีตให้ยั่งยืน
ทั้งยังช่วยลดโลกร้อน โดยใช้ของเสียคือเถ้าลอยจากถ่านหินที่เหลือจากการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทีมวิศวกรเผยว่า วิธีการผลิตแบบใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนหรือใช้ปูนซีเมนต์ใดๆ แต่ใช้กราฟีนออกไซด์ (graphene oxide) ซึ่งเป็นวัสดุนาโน (nanomaterial) ที่ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ มาทำปฏิกิริยาระหว่างเถ้าลอยและน้ำ จนเปลี่ยนเถ้าลอยให้กลายเป็นวัสดุซีเมนต์ที่แข็งแรง

เถ้าลอยที่หลงเหลือหลังถ่านหินถูกเผาไหม้กลายเป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวิธีจัดการขยะในสหรัฐอเมริกา เถ้าลอยมากกว่า 50% จะถูกดักจับและทิ้งลงในหลุมฝังกลบซึ่งจะกรองการลอยเข้าสู่สิ่งแวดล้อมใกล้เคียง ซึ่งการนำขยะจากถ่านหินมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ถือเป็นความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตคอนกรีตได้ อย่างมาก.

Credit : WSU,Thairath

คอนกรีต เอเชีย 2017 ตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อสร้างในยุค IOT

คอนกรีต เอเชีย 2017 ตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อสร้างในยุค IOT

อิมแพ็ค ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าจัดงาน Concrete Asia 2017หรืองานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรและการสัมมนาวิชาการนานาชาติด้านคอนกรีตระดับเอเชีย

อิมแพ็ค ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าจัดงาน Concrete Asia 2017หรืองานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรและการสัมมนาวิชาการนานาชาติด้านคอนกรีตระดับเอเชีย ซึ่งมุ่งเน้นตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อสร้างในยุค IOT หลังจากปีที่ผ่านมาผลตอบรับดีเยี่ยมจึงกลับมาจัดงานอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่โดยผนึกกำลังผู้ประกอบการกว่า 350 บริษัทร่วมแสดงสินค้าและเปิดเวทีพบปะผู้ซื้อตัวจริงกว่า 100 รายจากทั่วโลกคาดมีผู้สนใจเข้าชมงานอีกกว่า 10,000 รายตลอด 3 วันของการจัดงานตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายน 2560 ณ อาคาร 5ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช เลขาธิการ สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาครัฐและเอกชนหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีเป้าหมายและดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจนเฉกเช่นกับรัฐบาลไทยที่มีความคืบหน้าเป็นอย่างมากในการลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง ที่มีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ครอบคลุมทั้งสามระบบขนส่งหลัก คือ ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำเหตุนี้จึงส่งผลให้มีการใช้ปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า

“สำหรับโครงการที่กำลังก่อสร้าง และโครงการในอนาคตในประเทศไทย อาทิ ตึกมหานคร ตึกลุมพินี โครงการด้านโลจิสติกส์ และการขนส่ง ส่งผลให้ความต้องการทางด้านวัสดุก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ที่เป็นวัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้าง ทั้งนี้ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังได้คาดการณ์อีกว่าความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโตขึ้นถึง 4% หรือ 36 ล้านตัน”

อีกทั้งปัจจุบันเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันและการทำงานมากยิ่งขึ้น รวมถึงเข้ามามีบทบาทในทุกๆ อุตสาหกรรม แม้แต่อุตสาหกรรมโครงสร้างคอนกรีตและอาคารก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน โดยการเปลี่ยนไปสู่ยุค IOT หรือ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง(Internet of Things)หมายถึงเครือข่ายของวัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งของอื่นๆ ที่มีวงจร อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถผสานโลกกายภาพกับระบบคอมพิวเตอร์ได้แนบแน่นมากขึ้น ผลที่ตามมาคือประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นดังนั้นคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมคอนกรีตต้องทำความเข้าใจเปิดรับIOT ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงซัพพลายเออร์ และลูกค้าเพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน

นายลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชียต้องเร่งเครื่องมากกว่านี้ หากจะพัฒนาภูมิภาคให้มีการเติบโตในทุกด้าน โดยการนำ IOT มารวมอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งประเทศไทยในตอนนี้ได้อยู่ในฐานะประเทศผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแง่ของการเติบโต และศักยภาพของอุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างไร้คู่แข่ง

ดร.พิชัย นิมิตยงสกุล ประธานกรรมการที่ปรึกษา สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมคอนกรีตในประเทศไทยจะต้องคิดแนวทางปฏิบัติล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ถูกลดบทบาทและความสำคัญจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค อุตสาหกรรมก่อสร้างควรมุ่งเน้นไปที่ นวัตกรรม เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ที่จะเชื่อมโยงเข้ากับเครื่องจักร และการทำงานต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มิสโรสริน อึ้งกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบ อินเตอร์เนชั่นแนล อีเว้นท์ส คอนซัลทั่นซี่กล่าวว่าจากบทบาทความสำคัญอุตสากรรมก่อสร้างในยุค IOTและความสำเร็จของการจัดงานในปีที่ผ่านมา ทางคณะผู้จัดงานConcrete Asia หรืองานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรและการสัมมนาวิชาการด้านคอนกรีตระดับเอเชีย จึงจัดงานนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2560 ณ อาคาร 5ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานีและลานกิจกรรมกลางแจ้ง โดยConcrete Asia 2017 ได้จัดให้มีการสัมมนาAsian Concrete Conference 2017 วันที่ 20 – 21 กันยายน 2560 โดยนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการก่อสร้าง และคอนกรีต จะมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการสร้างโครงสร้างคอนกรีตท่ามกลางความท้าทายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

รวมถึงนวัตกรรมด้านการก่อสร้างและการจัดการ, กรณีศึกษาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่, วิศวกรรมแผ่นดินไหว, การบรรเทาภัยพิบัติ, นวัตกรรมด้านการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม, การก่อสร้างคอนกรีตที่ยั่งยืน / ลดปริมาณแก๊สเรือนกระจก และวัสดุในคอนกรีต/การก่อสร้างConcrete Asia 2017 เป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และเครื่องจักรสำหรับคอนกรีตบนพื้นที่แสดงสินค้าภายในอาคาร และลานกลางแจ้งเพื่อให้ผู้ที่เข้าชมงานสามารถเจรจาธุรกิจ และทดลองใช้เครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแบ่งการประชุมออกเป็น 3 เวที โดย ACCI, TCA และผู้จัดงาน Concrete Asia 2017 เพื่อให้งานนี้เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการแบ่งปันความรู้และการสร้างเครือข่ายในภูมิภาค

“ดิฉันรู้สึกยินดีในความสำเร็จของงาน Concrete Asia ในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยจำนวนผู้เข้าชมงาน 7,339 รายจาก 33 ประเทศ สำหรับงาน Concrete Asia ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้ เราได้รับการสนับสนุนจากสมาคมในระดับภูมิภาค อาทิAsian Concrete Construction Institute (ACCI) และสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย (Thailand Concrete Association: TCA) สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างแห่งประเทศจีน สาขาคอนกรีตของ (CCIA) สถาบันก่อสร้างแห่งประเทศไทย (CIT) สภาพัฒนาการอุตสาหกรรมก่อสร้างประเทศอินเดีย (CIDC), สมาคมเทคโนโลยีไร้ท่อประเทศอินเดีย (IndSTT), สมาคมคอนกรีตผสมเสร็จแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย (NRMCA), สมาคมคอนกรีตผสมเสร็จ ประเทศสิงคโปร์ (RMCAS) และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย – ญี่ปุ่น)ตลอดจนการจัดแสดงสินค้า การประชุมสัมมนา และโชว์เครื่องจักรที่ลานกลางแจ้ง คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน”

ซีเมนต์ กับ คอนกรีต ต่างกันยังไง

ซีเมนต์ กับ คอนกรีต ต่างกันยังไง

ซีเมนต์

ซีเมนต์ตามความหมายของการใช้งานทางวิศวกรรม แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ บิทูมินัส (bituminous) และนอนบิทูมินัส (nonbituminous)

บิทูมินัสซีเมนต์ ได้แก่ มะตอย (asphalts) และ น้ำมันยาง (tars) เราใช้มะตอย หรือน้ำมันยางเป็นตัวประสานหิน หรือกรวดในการทำผิวถนน นอกจากนี้ ยังใช้บิทูมินัสซีเมนต์ผสมกับหิน ทราย ราดทำผิวถนน และเรียกส่วนผสมนี้ว่า แอสฟัลต์คอนกรีต (asphalt concrete)

นอนบิทูมินัสซีเมนต์ ได้แก่ อะลูมินาซีเมนต์ (alumina cement) และปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ (portland cement) มีลักษณะเป็นผงสีเทาอ่อนต้องผสมน้ำปริมาณมากพอสมควร แล้วทิ้งไว้ให้แห้งจึงจะแข็งตัว เรามักจะนิยมเรียกซีเมนต์ชนิดนี้ว่า ไฮดรอลิกซีเมนต์ (hydraulic cement) ทั้งนี้เพราะต้องใช้น้ำผสม และแข็งตัวในน้ำได้ ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์เป็นซีเมนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างมากที่สุด

คอนกรีต

คอนกรีต คือ ส่วนผสมของซีเมนต์ ทราย และหิน หรือซีเมนต์ ทราย และกรวด ตามสัดส่วนแล้วเติมน้ำลงไปเพื่อให้ทำปฏิกิริยากับซีเมนต์ กลายเป็นตัวประสานซึ่งจะยึดทรายกับหิน หรือกรวดเข้าด้วยกันเป็นก้อนแข็ง

 

หากสนใจสินค้า ซีเมนต์ คอนกรีต สินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง ทั้งค้าส่ง และค้าปลีก สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 088 554 1555 | 02 328 0684 , Line : @mtcement หรือเว็บไซต์ www.mtcement.com

Cold Joint ของคอนกรีต

Cold Joint ของคอนกรีต

Cold Joint ของคอนกรีต

Cold Joint คือ รอยต่อจากการเทคอนกรีตสดต่อจากคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว ซึ่งเราจะควรหลีกเลี่ยงการทำให้เกิด Cold Jointโดยการเทคอนกรีตให้เสร็จอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ต้องแบ่งเท เนื่องจาก Cold Joint  จะทำให้เกิดระนาบที่อ่อนแอ ความต้านทานต่อแรงเฉือนลดลง และน้ำยังมีโอกาสที่จะซึมผ่านทำให้ความทนทานของคอนกรีตในระยะยาวลดลง หากมีความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิด Cold Joint ควรเสียบเหล็กเดือย (Dowel) ที่รอยต่อของคอนกรีตที่จะหยุดเท เพื่อที่จะได้ช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวและเพิ่มความต้านทานต่อแรงเฉือนระหว่างคอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากสนใจสินค้า ซีเมนต์ คอนกรีต สินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง ทั้งค้าส่ง และค้าปลีก สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 088 554 1555 | 02 328 0684 , Line : @mtcement หรือเว็บไซต์ www.mtcement.com

cr.cpac

คอนกรีต 5 ประเภท

คอนกรีต 5 ประเภท

คอนกรีต 5 ประเภท

“คอนกรีต” หรือที่คนภายนอกวงการก่อสร้างว่า “ปูน” เป็นวัสดุที่ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงทำให้ทุกวันนี้มีคอนกรีตมากมายหลายประเภท ความรู้ด้านคอนกรีตเป็นสาขาหนึ่งที่เรียกว่า “Concrete Technology” ซึ่งผู้เรียนเป็นวิศวกรโยธาต้องศึกษาเพื่อนำมาใช้งาน

การจะใช้งานคอนกรีตต้องทำให้อยู่ในสภาพเหลว (โดยการผสมน้ำ) เพื่อที่จะได้เทลงในแบบหล่อให้เป็นรูปร่างต่างๆ เมื่อแข็งตัวและแกะแบบหล่อออกก็สามารถใช้เป็นโครงสร้างรับแรงตามที่วิศวกรออกแบบ และเมื่อนำเหล็กซึ่งรับแรงอัดและแรงดึงได้มากมาประกอบกัน ก็จะได้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้งานได้ตามต้องการ

การที่คอนกรีตแบ่งได้หลายประเภทเนื่องจาก “ผงซีเมนต์” ที่เป็นส่วนผสมหนึ่งของคอนกรีตได้ถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์หรือประโยชน์ใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งทั่วไปมีถึง 5 ประเภท เรียกเป็นซีเมนต์ประเภท 1, ประเภท 2 จนถึงประเภท 5

5 ประเภทคอนกรีตเหมาะกับงานแบบไหน

โดยซีเมนต์ที่ใช้ทำคอนกรีตโครงสร้างทั่วไปคือประเภท 1 ซีเมนต์ประเภท 3 หรือซีเมนต์ประเภท 5 คือ ซีเมนต์สำหรับโครงสร้างที่ต้องการให้มีความต้านทานต่อการกัดกร่อนสูง เช่น โครงสร้างที่อยู่ใกล้ทะเลหรือโครงสร้างที่อยู่ในทะเล รวมถึงโครงสร้างที่จมอยู่ในน้ำ ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ต้องสามารถทนการกัดกร่อนได้สูง นี่คือตัวอย่างของซีเมนต์ที่ถูกแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ให้ตรงกับการใช้งาน

แต่ยังมีซีเมนต์อีกประเภทหนึ่งที่ไม่เหมาะกับการใช้ทำโครงสร้างเนื่องจากให้กำลังอัดที่ต่ำ แต่ถูกผลิตขึ้นมาให้เหมาะสำหรับทำงานก่อฉาบเท่านั้น

ดังนั้นซีเมนต์ที่ขายทั่วไปตามร้านขายวัสดุก่อสร้างมักจะมีเพียง 2 ประเภท คือซีเมนต์ประเภท 1 (Portland Cement) สำหรับงานโครงสร้าง และอีกประเภทที่สำหรับใช้ทำงานก่อฉาบ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ หากต้องซื้อมาใช้งานจะได้ไม่ถูกหลอก

ยี่ห้อปูนในตลาด

ในตลาดปัจจุบัน 2 บริษัทหลักที่มีขายทั่วไปคือกลุ่มปูนซิเมนต์ไทยและกลุ่มบริษัททีพีไอ

โดยถ้าเป็นของกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ซีเมนต์สำหรับงานโครงสร้างคือปูนตราช้าง และซีเมนต์สำหรับงานก่อฉาบคือปูนตราเสือ

ส่วนกลุ่มบริษัททีพีไอ ซีเมนต์สำหรับโครงสร้างคือปูนแดง ส่วนงานก่อฉาบคือปูนเขียว ส่วนกลุ่มบริษัทอื่นๆ ก็มีซีเมนต์ 2 ประเภทเช่นกัน ดังนั้นถ้าท่านผู้อ่านต้องซื้อหรือให้ผู้รับเหมาซื้อ ก็ควรที่จะทราบชนิดของซีเมนต์ที่จะนำมาผสมคอนกรีตให้ถูกประเภท

คุณภาพของคอนกรีตรู้ได้ไง

ในทางวิศวกรรมมีตัวชี้วัดคุณภาพของคอนกรีตคือกำลังอัดของคอนกรีตเมื่อมีอายุครบ 28 วัน มีหน่วยเป็น Ksc (Kilogram per Square Centimeter) ซึ่งหากต้องการทราบค่าจะต้องนำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการตามสถาบันที่มีเครื่องทดสอบ (มหาวิทยาลัยที่มีคณะวิศวกรรมศาสตร์) สำหรับงานที่มีข้อกำหนดจะต้องมีการตรวจวัดค่ากำลังอัดของคอนกรีต เพื่อยืนยันว่าได้ค่าตรงตามการออกแบบโครงสร้างของวิศวกรสำหรับโครงสร้างส่วนนั้นๆ

เนื่องจากคุณภาพของการก่อสร้างของไทยมีผู้รับเหมาหลายระดับมาก คุณภาพของคอนกรีตที่ผสมขึ้นมาเองตามหน่วยงานจึงอาจมีกำลังอัดไม่ได้กำลังดีพอ และเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวกฎหมายจึงได้กำหนดให้วิศวกรโครงสร้างออกแบบด้วยการกำหนดกำลังอัดของคอนกรีตที่ไม่สูง เพื่อว่าถึงแม้ผสมคอนกรีตออกมาอย่างไรก็ยังอยู่ในข้อกำหนดของการออกแบบได้ ยกเว้นอาคารที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดีก็จะยอมให้ออกแบบด้วยกำลังอัดของคอนกรีตที่สูงได้

วิธีเลือกใช้คอนกรีตที่ถูกต้อง

หากต้องการคอนกรีตที่มีกำลังอัดได้มาตรฐานก็ต้องใช้คอนกรีตผสมเสร็จที่ผลิตจากโรงงานผลิต (Concrete Plant) และการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จจะระบุเป็นค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่จะใช้ แล้วถ้าสร้างบ้านและใช้คอนกรีตผสมเสร็จควรสั่งกำลังอัดเท่าไร ผมขอแนะนำให้สั่งที่กำลังอัด 210 Ksc หรือ 240 Ksc ก็เพียงพอครับ หวังว่าท่านผู้อ่านอาจจะจำบางเรื่องไปใช้งานได้เมื่อคราวจำเป็นครับ